Facebook Objective Ads

การลงโฆษณากับ Facebook ให้ได้ผลลัพธ์ที่สูงสุด หรือไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้บรรลุผล นอกจากงบประมาณที่เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนตัวโฆษณาแล้ว การเข้าใจใน Objective ของการลงโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การเลือกใช้ Facebook Objective Ads ต้องเข้าใจว่าเราต้องการสื่อสารอะไร และส่งไปหาใครด้วยรูปแบบไหน วันนี้ Social Play Yard.com จะมาแนะนำ และมาทำความรู้จัก กับFacebook Objective Ads ให้ดีมากยิ่งขึ้น

หลายท่านมักเข้าใจว่า การทำโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คนั้นก็ต้องกด Boost Post ง่ายๆแค่นั้น จึงเกิดคำถามตามมาว่าแล้วจะจ้างลงโฆษณากับเอเจนซี่ไปทำไม คำตอบคือ คุณคิดผิดนะครับ การลงโฆษณามันลงลึกกว่านั้นมาก ไม่ใช่แค่กดปุ่ม Boost Post แล้วก็จบ ไม่อย่างนั้น เงินที่ท่านเสียไปกับการลงโฆษณาคงไม่ต่างอะไรกับ การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเลย หากว่าท่านลงผิดวัตถุประสงค์ หรือ เลือกกลุ่มเป้าหมายไม่เป็น

เรามาทำความรู้จักหน้า รู้จักตา ของเครื่องมือที่ใช้ลงโฆษณา ที่นักการตลาดออนไลน์มืออาชีพใช้กัน

Facebook Ads Manager

Facebook Ads Manager

Facebook Power Editor

Facebook Power Editor

ทำความรู้จักกับหน้าตาของ 2 เครื่องมือที่ใช้ลงโฆษณาในFacebook กันแล้ว เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ในตอนต้น การเลือกรูปแบบการทำโฆษณานั้น ต้องเลือกให้เหมาะกับตัวโฆษณา และตัววัตถุประสงค์ของคุณด้วย ว่าคุณ มีวัตถุประสงค์อะไร ในการลงโฆษณา ฉะนั้นเราไปรู้จัก Facebook Objective Ads แต่ละตัวกันเลยดีกว่าครับ

Brand Awareness

Brand Awareness

โฆษณารูปแบบ  Brand Awareness เป็นการเน้นการสร้างการรับรู้ให้กลุ่มเป้าหมายที่เรากำหนด ให้ได้รู้จักในสินค้า หรือแบรนด์ จดจำธุรกิจของคุณ เพิ่มมากยิ่งขึ้น พูดกันง่ายๆ ยิ่งเห็นเยอะ ยิ่งผ่านตาเยอะ คนยิ่งคุ้น ยิ่งคุ้นคนยิ่งจดจำ

Reach

Reach

คือการแสดงโฆษณาที่จะเน้น ส่งไปยังกลุ่มคนหมู่มาก และ Reach ยังทำหน้าที่พยามแสดงโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มคน หรือกลุ่มเป้าหมาย (Target Group) ให้ได้มากที่สุดอยู่ภายใต้งบประมาณที่คุณเองเป็นคนกำหนดไว้

Traffic

Traffic

คือรูปแบบการลงโฆษณา ที่เน้นเพิ่มกลุ่มคนที่คุณเลือกไว้ ให้เข้าสู่เว็บไซต์ของคุณ วิธีการและรูปแบบการทำงาน ของเจ้า Traffic คือทำให้ผู้ใดที่ใช้เฟสบุ๊ค ที่ให้ความสนใจโฆษณาของคุณ ถูกส่งต่อไปยังเว็บไซต์ แต่ Traffic จะส่งกลุ่มคนไปยังเว็บไซต์ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถส่งกลุ่มคนไปยัง ตัว Download Application ได้อีกด้วย

Engagement

Engagement

คือรูปแบบการทำโฆษณาที่ถือว่าฮอตฮิตที่สุด เพราะเป็นการทำโฆษณาเพื่อนโปรโมทโพสของคุณ ให้กลุ่มเป้าหมายที่คุณเลือก นั้นได้มีปฏิสัมพันธ์กับโพส ของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การกดแชร์ กดไลค์ หรือแม้แต่คอมเม้น เรียกกันแบบบ้านๆก็คือ กดบูทโพสนั้นแหละครับ

App Installs

App Installs

โฆษณาในรูปแบบนี้ จะแสดงแค่ในโทรศัพท์มือถือเท่านั้น วัตถุประสงค์เพื่อโปรโมทให้คนเข้ามาทำการ Download Applocation ซึ่งโฆษณารูปแบบนี้ใช้ได้ทั้ง IOS และ Android

Video View

Video View

เป็นโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดคนดูคลิปวีดีโอ และทำการโปรโมทให้คนเข้ามาดูวีดีโอนั้นเพิ่มมากขึ้น เหมาะสำหรับท่านที่ชอบสร้าง Content ในรูปแบบ Video Content

Lead Generation

Lead Generation

โฆษณารูปแบบนี้ถ้าเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ ก็เหมือนหน้า ลงทะเบียนหนึ่งหน้าที่เอาไว้ไปใช้ในแคมเปญต่างๆ โดยข้อดีของ lead generation นี้คือคุณสามารถสร้าง แบบฟอร์ม ไว้ใช้ในกรณีมีกิจกรรมต่างๆ โดยที่คุณไม่ต้องมีเว็บไซต์ก็สามารถทำได้ และยังนำรายชื่อลูกค้าของคุณที่กรอกข้อมูลมาแล้ว นำกลับมาทำ CRM ย้อนหลังได้อีกด้วย

Conversions

Conversions

เป็นรูปแบบโฆษณา คล้ายกับ Traffic แต่จะละเอียดกว่าและลงลึกกว่า ตรงที่ Conversions จะพยามเน้นการแสดงโฆษณาไปยังกลุ่มคนที่มีโอกาสเข้ามาในเว็บไซค์  แล้ว Conversions นั้นจะติดตามคนที่เข้ามา ยกตัวอย่างเช่น การกดสั่งสินค้า,การจองห้องพัก หรือแม้แต่การกดดาวโหลด ต่างๆ แต่ที่สำคัญการทำโฆษณาแบบ Conversions นั้นจะต้องมีการติดตั้ง Facebook Pixel เข้าไปก่อน ถึงจะสามารถทำการใช้งาน Conversions ได้อย่างสมบรูณ์

ตัวอย่าง Facebook Pixel Code

Facebook Pixel Code

Facebook Pixel Fires

Facebook Pixel Fires

 

 Product Catalog Sales

 Product Catalog Sales

โฆษณารูปแบบนี้ ถือได้ว่า เป็นโฆษณาที่ผู้ลงต้องมีความรู้ความเข้าใจในระบบของตัว Facebook ในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ เพราะเป็นโฆษณา ในระดับ Dynamic adverts คือ  Facebook จะปรับให้เหมาะสมกับบุคคลโดยที่บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องทำงานด้วยตนเอง Facebook Product Catalog Sales จะโปรโมทสินค้าโดยอัตโนมัติกับผู้ที่แสดงความสนใจบนเว็บไซต์หรือแอพของคุณ รวมถึงที่อื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต เพียงอัพโหลดแค็ตตาล็อกสินค้าของคุณและสร้างแคมเปญเพียงครั้งเดียว แล้วแคมเปญจะทำงานให้คุณอย่างต่อเนื่องโดยการค้นหาบุคคลที่ใช่สำหรับสินค้าแต่ละชิ้นตราบเท่าที่คุณต้องการ และยังใช้ข้อมูลการกำหนดราคาและความพร้อมจำหน่ายล่าสุดเสมอ

ข้อดี ของ Product Catalog Sales

  • เข้าถึงนักช้อปได้มากขึ้น
    แสดงผลิตภัณฑ์ที่ปรับให้เข้ากับความสนใจของผู้คน ไม่ว่าพวกเขาจะเคยเข้ามาที่เว็บไซต์หรือแอพของคุณหรือไม่ก็ตาม
  • กำหนดเป้าหมายนักช้อปอีกครั้งเพื่อปิดการขาย
    เตือนนักช้อปบนเว็บไซต์หรือแอพมือถือของคุณเกี่ยวกับสินค้าที่พวกเขาเคยดูแต่ไม่ได้ซื้อ
  • ติดต่อผู้คนผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ ได้
    เชื่อมต่อกับนักช้อปอีกครั้งบนมือถือหรือเดสก์ท็อป ไม่ว่าพวกเขาจะช้อปที่ไหนก็ตาม

Facebook Store Visit

Facebook Store Visit หรือ Local Awareness

โฆษณาประเภทนี้จะเน้นไปยังกลุ่มคนที่อยู่ในระแวก ธุรกิจ หรือ ที่ตั้งร้านค้าของคุณ โดยคุณสามารถกำหนด Localtion เหล่านั้นได้อย่างละเอียดยิบไม่ว่าจะอยู่ ถนนไหน เขตไหน แขวงไหน ได้หมดครับ

หวังว่าท่านจะรู้จักกับ Facebook Objective Ads อย่างคร่าวๆกันแล้วนะครับ หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกๆคน พิมพ์ผิด พิมพ์ถูก หรือข้อมูลตกหล่นประการใด ต้องขออภัยไว้ด้วยนะครับ