5 วิธีคิดก่อนทำการตลาดออนไลน์ ปี2018(ในมุมมองของผม)

ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ห่างหายไปในการเขียนBlog หนึ่งเลยผมเองไม่มีเวลา เพราะงานที่แสนจะเยอะ บวกกับสุขภาพไม่แข็งแรง เลยทำให้ไม่มีอารมณ์ที่จะเขียน(เรียกง่ายๆว่าติสรับประทาน) แต่วันนี้ผมกลับมาแล้ว และจะพยามมาแชร์ ข้อมูลหรือบอกเล่าประสบการณ์ ของผมเอง ให้ฟัง ย้ำนะครับเป็นแค่ในมุมมองของผม เท่านั้น ถ้าท่านใดมีอะไรเพิ่มเติม หรือแนะนำ ผมยินดีรับฟังครับ

อย่างที่ทราบกันนี้ว่า นี่แค่ต้นปี2018 เราก็ต้องเตรียมรับมือชุดใหญ่ กับหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนไปในโลกของคนทำการตลาดออนไลน์ นักการตลาดดิจิทัล หลายๆคนรีบหาแผนการเพื่อรับมือกับมัน หาเทคนิคต่างๆนาๆ ที่จะแก้ไขสถานการณ์ ที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ ยกตัวอย่าง เช่น Facebook ได้ปรับลดค่าการเข้าถึงโพสลง จากเดิมที่แสนจะน้อยนิดแล้ว แต่ตอนนี้กลับน้อยลงกว่าเดิม ใช่ครับ ท่านได้ยินไม่ผิด ท่านอาจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ หลายท่านต่างพากันออกมาวิเคราะห์สถานการณ์นี้ พร้อมกับคำแนะนำดีๆหลายท่าน ซึ่งพสกท่านลองหาอ่านดูได้

แต่บทความนี้ ผมจะแชร์ในส่วนที่ เราอาจจะหลงลืม หรือ อาจจะมองข้ามมัน เหมือนเส้นผมที่บังภูเขา แน่นอนครับว่า 5 ข้อนนี้อาจจะไม่ใช่แผนการที่ดีที่สุด แต่เป็นแผนการที่สามารถทำให้คุณได้ พัฒนาการตลาดให้ทันโดยไม่ต้องง้อ Facebookมากกว่าที่ควรจะเป็นเลย ก็ว่าได้ เข้าเรื่องกันเลยนะครับ

1.สังเกตุกลุ่มลูกค้า หรือฐานลูกค้าของคุณ

สังเกตุในที่นี้คือเราไม่ได้พูดถึงลุกค้าใหม่เลยนะครับ คือฐานลุกค้าเดิมที่อยู่ในมือของธุรกิจของคุณเอง ว่า มีพฤติกรรมการใช้สื่อ Social เพิ่มขึ้น หรือลดลงกว่าเดิม และได้ติดตามธุรกิจของคุณผ่านช่องทางนี้อยู่เป็นประจำหรือเปล่า ข้อนี้สำคัญมากนะครับ เพราะถ้าคุณรุ้และเข้าใจถึงพฤติกรรมของลุกค้าของคุณเอง โอกาสในการสื่อสารไปให้ถึงลูกค้ายิ่งมีสิทธิ์เข้าถึงลุกค้าได้ง่ายขึ้น

2.ทำให้ลูกค้าติดใจ

ติดใจในที่นี้ผมขออธิบายอย่างง่ายที่สุด เหมือนเราติดซีรีย์ ติดรายการโทรทัศน์ นั้นแหละครับ คำถาม แล้วลุกค้าจะติดเราแบบพวก ที่ผมยกตัวอย่างมาได้อย่างไรหละ คำตอบคือ การทำ Content ในโดนใจลุกค้า สื่อสารออกไปในสิ่งที่ลุกค้า อยากเห็น อยากฟัง อยากได้ การทำContent ให้ดีไม่ใช่เรื่องยากครับ แต่ การทำContent ให้โดนใจลุกค้า แล้วลุกค้าติดใจ นี่สิยากกว่า แต่ว่าไม่ใช่คุณเองทำไม่ได้ คุณสามารถทำได้ แต่คุณต้องรุ้และเข้าใจก่อนว่าลุกค้าอยากจะเห็นอะไร อยากจะได้อะไร วิธีการมีหลากหลายวิธี ทำแบบสอบถาม ทำ การตั้งกระทู้เชิงคำถามเพื่อให้ลูกค้ามาตอบ เป้นต้นครับ

3.พยามสื่อสารกับลูกค้าให้มากกว่า 1 ช่องทาง

อย่างที่บอกไปในตอนต้นนั้น Facebook เองอาจจะไม่ใช่ช่องทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ เพียงแต่คนไทยส่วนใหญ่ นิยมใช้Facebook กันมากที่สุด ผมไม่ได้หมายความว่าเฟสบุ๊คไม่ดีนะครับ แต่เพียงแต่ คุณต้องเพิ่มช่องทางหารสื่อสารระหว่างคุณ กับลุกค้าให้ได้เยอะที่สุด เพราะ ในแต่ละช่องทางใน Social Media นั้น พฤติกรรมการใช้งาน จุดประสงค์ของการเข้าถึง(เสพสื่อ) ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น คุณต้องไม่ลืมใข้จุดเด่นของแต่ละช่องทาง ในการส่งสาร ที่คุณต้องการจะสื่อให้ลุกค้า ได้กระจายออกไปในวงกว้างมากที่สุด

4.ลองดูกลุ่ม Target ที่ใกล้เคียงกับกลุ่มเดิม

แน่นอนว่า คน 1 คน มีความชอบมากมายหลายอย่าง ไม่เชื่อคุณดูจากเพจที่คุณติดตามดูก็ได้ บางคน สวนทางกันทุกเพจ อย่างว่าแหละครับ เรื่องความชอบนั้นห้ามกันไม่ได้จริงๆ การหากลุมที่ใกล้เคียงกับลุกค้าเดิม โดยอิงพฤติกรรมจากกลุ่มเดิมนั้น มาแยกออกมาเป็นกลุ่มใหม่อีกกลุ่ม นั้นน่าสนใจนะครับ น่าสนใจในที่นี้คือ คุณจะได้แข่งกับความเชื่อและการตัดสินใจของตัวเองเลยว่า คนกลุ่มนี้สนใจในผลิตภัณฑ์ของเราหรือเปล่า โดยวันจาก โฆษณาที่เราลงผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ด้วยการทำ A/B Testing


 5.อย่าเสิร์ฟของร้อน แต่ให้เสิร์ฟของพร้อมทาน และทานง่าย 

ที่พุดมาไม่ใช่อาหารนะครับ แต่ผมหมายถึงตัวContent บางคนเกาะกระแส โดยการทำContent เกาะแสโซเชียลที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนั้นหลายท่านตาย เพราะกระแสมันร้อนเกินไป เกินที่จะควบคุม หรือบางท่านเห็นว่ากำลังเป็นกระแสโดยไม่ดุว่าเรื่องดีหรือไม่ดี แาจจะส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณเอง อย่างมหาศาล ก็สามารถเกิดขึ้นได้ การเสิร์ฟของที่พร้อมทาน คือ การส่งContent ที่มีคุณภาพ ที่คุณคิดว่าลุกค้าคุณเห็นแล้วจะรุ้สึกดี รุ้สึกประทับใจ โดยไม่ต้องโหนกระแส โหนอะโหนได้ แต่ไม่โหนจนหัก มันจะหนักที่แบรนด์ของคุณเอง

5 ข้อพื้นฐาน ที่ผมขอย้ำอีกครั้งว่าพื้นฐานสุดๆ แต่หลายท่านลืมมองจุดนี้ไป 5 ข้อนี้ คุณทำตาม และคุณจะเห้นข้อแตกต่างจากปีที่แล้วแบบชัดเจน