บทความวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการตลาด หรือ ธุรกิจแต่อย่างใด แต่บทความในวันนี้ ผมอยากจะมาแชร์ เรื่อง Productive
คำว่า Productive เป็นคำที่เราได้ยินกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทุกคนล้วนอยากมีชีวิตที่ Productive ใช่ไหมครับ ผมเองก็เช่นกัน ต้องยอมรับว่าในชีวิตประจำวันของผม ทั้งชีวิตของการทำงาน ชีวิตในวันหยุดนั้นไม่ค่อยจะ Productive เลยก็ว่าได้ การจัดสรรค์เวลาที่เคยคิดว่าตัวเองทำได้ดีสุดท้ายก็แทบไม่รอด ผมพยามฟัง พยามอ่านหนังสือที่จะพัฒนาตัวเองหลากหลายแหล่ง หลากหลายที่มา จนผมได้มาอ่านเจอในหนังสือ เล่มหนึ่งที่ชื่อว่า “The Power Of Positive Thinking” หลายท่านคงเคยอ่านแล้ว แต่หลายท่านก็คงยังไม่เคย จริงๆหนังสือเล่มนี้แทบไม่ได่พูดเรื่อง Productive เลยครับ แต่ผมว่าสิ่งที่ผมจะแชร์ต่อไปนี้มันเกี่ยวข้องและเป็นพื้นฐาน สำคัญที่เราชอบลืมไป ถ้าไม่มีพื้นฐานฝนการคิดแบบนี้ ชีวิตเราคงจะ Productive ไม่ได้แน่นอน

อย่างที่ผมเกริ่นไปครับ จะเริ่มต้นชีวิตที่ Productive ได้เราต้องทำให้เรามี สุขภาวะ เสียก่อน

สุขภาวะ หรือ Well-Being แปลแบบกว้างๆคือ อารามณ์ความสุขในช่วงขณะหนึ่ง ที่ประกอบไปด้วย 5 ปัจจัย พื้นฐานที่จะทำให้เรามีความสุขรอบด้านได้อย่างแท้จริง 5 ปัจจัย มีดังต่อไปนี้

1. Positive Emotions (อารมณ์ในทางบวก)

พูดง่ายๆว่าคือการมองโลกในแง่ดี แต่มองโลกในแง่ดีที่อาศัยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
การมีอารมณ์ในทางบวก จะช่วยให้เราเป็นคนเปิดกว้าง ทั้งด้านความคิด และจิตใจซึ่งสามารถเอามาปรับใช้กับงานได้ เพราะ การมีอามณ์ในทางบวกนั้น ยังเปรียบเสมือน ตัวช่วยในการฟื้นฟูตัวเองหลังจากผ่านวิกฤตได้ดี และยังช่วยทำให้คุณเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รวมำปถึงช่วยมงทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย

2. Engagement (การเอาใจใส่ผูกพัน)

การเอาใจใส่ในที่นี้ไม่เพียงแต่เป็นการเอาใจใส่เชิงพฤติกรรมอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการที่เราสนใจ ตั้งใจที่จะลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างจริงจัง และจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น
การเอาใจใส่ผูกพัน ยังเป็นตัวช่วยที่ทำให้เราเกิดความมั่นใจกับสิ่งที่เราถนัด เพราะเราได้ทำสิ่งๆนั้นอยู่เป็นประจำ ถ้าเรามีความเอาใจใส่ผูกพัน ในสิ่งๆนั้นที่กำลังทำอยู่ เราจะไม่รู้สึกเบื่อ ในทางตรงกันข้ามเราจะรู้สึกเพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำ มากกว่าการทำไปเพราะว่ามันเป็นเพียงหน้าที่

3. Relationships (การมีการปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น)

มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ย่อมอยู่ตัวคนเดียวภายในสังคมไม่ได้ เฉกเช่นสังคมในที่ทำงานของคุณ
การปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น นั้นหมายถึงเราได้มอบความรัก ความไว้ใจ และพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ยิ่งถ้าเราทำงานกันเป็นทีมด้วยแล้ว การมีการปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น นั้นล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะการที่เราจะไปขอให้คนอื่นช่วย เหลือเรา เราต้องเริ่มต้นจากตัวเราเองก่อน

4. Meaning (ความหมาย)

การที่เราวางเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง คนเรานั้นถ้าดำเนินชีวิตอย่างขาดเป้าหมายแล้ว ชีวิตนั้นจะดูไร้ค่าในทันที เพราะชีวิตจะไม่มีความหมาย คำพูดนี้ผมว่าจริงนะครับ เพราะสมัยผมจะเข้าเรียนต่อระดับ มหาวิทยาลัย เพื่อนผมบางคนยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไร ชอบอะไร จนจบออกมาก็ทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน นี่แหละครับ ชีวิตที่ไร้ความหมาย
ความหมาย การวางความหมายของชีวิต ก็เปรียบเสมือนการกำหนดเป้าหมาย การมีเป้าหมายที่ใหญ่กว้าตัวเอง นั้นทำให้เราเกินการแอ๊คทีฟ เกิดแรงพลักดัน แรงกระตุ้น แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องอยู่ในพื้นฐานความเป็นไปได้ด้วยนะครับ

5. Accomplishment (การบรรลุเป้าหมาย)

ต่อเนื่องจากข้อที่ 4 การที่เราจะทำให้ชีวิตมีความหมายนั้น คือการตั้งเป้าหมาย แต่เป้าหมายนั้นจะไร้ค่า หากเป้าหมายนั้นไม่บรรลุเป้าหมาย
การบรรลุเป้าหมาย ประกอบไปด้วย ความตั้งใจ และความมุ่งมั่น ที่จะทำมันให้สำเร็จที่ตั้งใจไว้ คุณสมบัติของคนที่จะบรรลุเป้าหมายได้ ก็ต้องมี 4 ข้อแรกที่กล่าวมาในเบื้องต้น ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่สามารถเกิดข้อ 5 นี้ได้อย่างแน่นอน

เราทุกคนย่อมต้องการความสำเร็จในชีวิต ต้องการที่ชีวิตที่ Productive หรือ Super Productive เพราะเราคิดว่า ความสำเร็จนั้นจะทำให้เรามีความสุขนั้นคือเรื่องจริงใช่ไหมครับ ในทางกลับกัน การทำอะไรอย่างมีความสุข ทำแล้วรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ทำมัน ช่วยให้เราประสบความสำเร็จ ก็ได้นะครับ ทุกท่านลองเอาไปปรับใช้ได้นะครับ ^^