เข้าเรื่องเลยละกัน ปัจจุบันนี้อย่างที่หลายท่านคงทราบกันดีว่า แบรนด์ทุกแบรนด์มุ่งเน้นและเอาจริงกับการทำ การตลาดไม่ว่าจะเป็นในบ่องทางไหนก็ตาม แต่นอกเหนือจากการทำการตลาดที่ดุเดือดแล้ว การที่หลายบริษัท หลายองค์กร เริ่มหันมาให้ความสนใจกับเรื่อง Branding อย่างจริงจัง บางที่ถึงกับตั้งหน่วยงานย่อยเพื่อมาดู Branding อย่างจริงจัง คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลายๆท่านคงหนีไม่พ้น คำว่า โอเว่อร์เกินไปหรือเปล่า เพราะเราก็ทำBranding กันอยู่แล้วในทุกๆองค์กร ทุกๆบริษัท แต่มีสิ่งหนึ่งครับที่ท่านเหล่านั้นลืมคิดไป นั้นคือ การแข่งขัน ไม่ใช่แค่ปริมาณ สินค้าประเภทเดียวกันจะเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว ความเป็นเอกลักษณ์ ต้องเด่นชัด พูดง่ายๆว่า สินค้าคุณต้องมีความโดดเด่น ต้องแปลกต้องปัง นี่คือสิ่งจำเป็นมาก ย้ำครับว่ามาก ที่จะทำให้ สินค้าหรือ แบรนด์ของคุณอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

จากประสบการณ์ และผมได้ศึกษา case study แบรนด์ดังๆที่ประสบผลสำเร็จ ล้วนแล้วแต่มี สิ่งที่เรียกว่า 4C
4C นี้แตกต่างกับ 4C ในเชื่อ Marketing ครับเพราะ 4C ที่ผมจะพูดนี้ไม่ได้พูดในเรื่องของ ตลาด แต่เป็นการพูดในเห็นภาพว่า Brand ที่เขาประสบผลสำเร็จนั้นมีอะไรบ้าง

1. Cool

 ที่ 1 นั้นคือคำว่า Cool : แบรนด์ที่ประสบผลสำเร็จทุกๆแบรนด์ ล้วนแล้วแต่ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ ที่บ่งบอกถึงความ เท่ ความ Cool ความครีเอทีฟ ความแตกต่าง ที่จะถ่ายทอดออกมาผ่านตัวสินค้า และการนำเสนอผ่าน สินค้าหรือบริการ ความ Cool นี้เรียกว่าเป็น 1 ในการสร้างจุดเด่นที่สำคัญเข่นกัน

2. Collaboration


กลยุทธ์ ใน C ที่ 2 นั้น เป็นกลยุทธ์ ที่ช่วยตอกย้ำความแข็งแรงของแบรนด์ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า ขยายฐานลูกค้า ของในแต่ละแบรนด์ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ในแต่ละแบรนด์ได้พรีเซนความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาเรียกง่ายๆว่า เหมือนเป็นการแนะนำตัว ทำความรู้จักกับเพื่อนกลุ่มใหม่ ในปัจจุบันการ Collaboration มีการทำมากมายหลายแบรนด์ แต่มีแบรนด์หนึ่งที่โดดเด่นและไม่พูดถึงไม่ได้นั้นคือ Off – White แบรนด์ออฟไวท์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีอิทธิผลมากๆในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะ Collaboration กับแบรนด์ไหน ล้วนเพิ่ม Value หรือสร้างมูลค่ามากมายให้กับเหล่าสาวกที่ชื่นชอบ

3. Culture


C ที่ 3 นี้คือ C Culture: สิ่งที่เจ้าของแบรนด์หรือผู้บริหารแบรนด์ควรเข้าใจให้ถึงแก่นแท้มากที่สุด นั้นคือ Culture ไม่ใช่แค่เข้าใจในระดับความต้องการของลูกค้า แต่ต้องลึกไปจนถึง รสนิยม จริต ของลูกค้า และนำ สิ่งเหล่านั้นผสมผสานกับ Culture ของ Brand ลงไปในสินค้าต่างๆ ตัวอย่างเช่น Supreme ที่นำเอานำเอาแฟชั่นสตรีทแวร์ที่มีกลิ่นอายของ Pop Culture เข้ามาผสมผสานความเท่ เฉพาะตัวจนเกิดกระแสต่างๆมากมาย

4. Consistency


C ตัวสุดท้าย ท้ายสุด เป็นกุญแจสำคัญดอกสุดท้าย ที่เรียกได้ว่า สำคัญที่สุดเพราะต่อให้ทำ 3 C ที่กล่าวมาแล้วแข็งแรงเพียงใด แต่ถ้า C ตัวที่ 4 นี้ไม่แข็งแรงหรือละเลย การที่คุณจะเป็นเพียงแค่กระแส แล้วทุกคนก็ลืมมีโอกาสเกิดขึ้นสุด C นี้ได้แก่ Consistency คือการคงเส้นคงวา มีความสม่ำเสมอ ในการนำเสนอความเป็นอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ของแบรนด์ ไม่ทิ่งความเป็นตัวตนของแบรนด์ Core Concept ยังคงอยู่ในทุกๆการสื่อสาร หรือแม้แต่ใน Product ทุกๆชิ้น หรือ โฆษณาทุกๆชิ้น ก็ต้องมีความสม่ำเสมอนี้ด้วย

เห็นไหมครับว่าการที่แบรนด์จะโด่งดังและขายดีนั้น ไม่สำคัญเท่า แบรนด์นั้นจะครองใจคนได้นานขนาดไหน และจะสร้างรายได้ในระยะยาวได้นานขนาดไหน
4C ทั้งหมดนี้ผมคิดว่า เป็นหัวใจ เป็นปัจจัยหลัก และเป็นตัวตั้งต้นหลักในการสร้างแบรนด์ให้เกินความยั่งยืนครับ