Shortcut Digital Marketing (วิวัฒนาการ การทำการตลาดดิจิทัล)

0
1198

เห็นได้ว่าทุกวันนี้ 90% จากคนส่วนใหญ่ในสังคมล้วนแต่ให้เครื่องมือออนไลน์กันเป็นเครื่องมือหลัก ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร ระหว่างคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง หรือแม้กระทั้ง ใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ถ้าเรามองย้อนกลับไป ในอดีตเราจะเห็นว่า สิ่งๆต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นแค่เพียงความฝัน และจิตนาการ ที่หาพบได้ในหนังเท่านั้น แต่ 2017 ปีนี้สิ่งเหล่านี้เป็นจริง และสิ่งที่เรียกว่า ความเพ้อฝันกลับเข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันเรามาขึ้นทุกวันๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนจะคุยกัน เอายุคสมัยที่มีอินเทอร์เน็ต เราก็จะคุยผ่านระบบออนไลน์ อย่าง MSN เก่า กว่านั้นก็เป็นโปรแกรม QQ ผมมั่นใจเลยว่า ถ้าใครรู้จัก2 โปรแกรมนี้ 555 ไม่ต้องสืบเรื่องอายุเลยครับแต่ทักวันนี้เราไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์เสียเวลาต่ออินเตอร์เน็ตบ้านที่กว่าจะติดก็มีเสียงการเชื่อมต่อดังติ๊ดดดดดดดติ๊ดดดดดดดดน่ารำคาญมากสมัยนี้เป็นยุคที่สื่อสารกันง่ายเข้าถึงได้รวดเร็วและแม่นยำก็ไม่แปลกใจที่นักการตลาดจะใช้สิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารช่องทางหลัก

Hi5 Old Logo
Hi5 New Logo

MSN Chat

เรามาย้อนกันกลับไป เมื่อ ยุค2000 กันดีกว่าครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ปี 2000

คนเริ่มการทำการตลาดบนสื่อออนไลน์เช่นการส่งอีเมล์การทำเว็บไซต์แต่ก็ยังหนี้ไม่พ้นสื่อหลักคือช่องทางผ่านสื่อโทรทัศน์

ปี 2004

เริ่มถือกำเนิด Social Media เพื่อการติดต่อสื่อสาร แต่ยังเป็นการติดต่อสื่อสารเฉพาะกลุ่ม และยังคงเป็นเพียงแค่กระแสนิยมสั้น ยุคนั้นคงได้แก่ Hi5 Twitter หรือแม้กระทั้ง Facebook ก็เริ่มถือกำเนิดขึ้นในยุคนั้น แต่ถ้าผมจำไม่ผิดนะ ช่วงนั้น ในเมืองไทยเรายังแทบไม่มีใครพูดถึง Facebook เลยด้วยซ้ำ Hot Hit สุด คือ Hi5

ปี 2006

นักการตลาดเริ่มเล็งเห็นความสำคัญ ของเครื่องมือที่เรียกว่า Social Media และเป็นยุคที่เริ่มลงมือ ทำการตลาดอย่างจริงจัง กับช่องทางบน Platform ของ YouTube

ปี 2012

นักการตลาดเริ่ม ผันตัวเอง ในเข้ามาสู่โลก Online มากขึ้น มีการปรับตัวจากOffline สู่Online

ปี 2013

Social Media Website เริ่มกลายเป็นสื่อ และเครื่องมือหลักของการทำการตลาด จะให้ได้ว่า Facebook,Instagram,YouTube,Twitter เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และมีการเริ่มขายโฆษณา ผ่านPlatform ของตนเอง

ปี 2014

ระบบปฏิการมือถือ ของแต่ละฝั่งไม่รอช้า รีบปรับตัว ย่อสิ่งที่อยู่บนโลกออนไลน์ ในอินเตอร์เน็ต ลงมาในมือถือให้หมด จึงกำเนิดการแข่งขัน แอพพลิเคชัน ที่สามารถรองรับ และตอบโจทย์ผู้ที่ใช้มือถือ ที่เรียกกันว่า สมาทโฟน ได้มากวิ่งขึ้น

ปี 2015

เป็นปีที่นักการตลาดก้าวเข้าสู่ โหมดออนไลน์อย่างจริงจัง และค้นพบช่องทางและตัวกลาง ที่จะเป็นตัวสื่อสารไปยังผู้บริโภค นั้นคือ Content เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าใจและสร้างสิ่งที่เรียกว่าการดึงดูดความสนใจของลูกค้า

ปี 2016

การทำการตลาดออนไลน์ เริ่มดุเดือดมากขึ้น โลกเปลี่ยนไป จาก Offline สู่ Online  นักการตลาดของหลายๆบริษัทเริ่มฟาดฟันกันด้วย Content และ กลยุทธ์ในการสื่อสาร และพูดกับลูกค้าในสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง ไม่ใช่จากที่แบรนด์อยากจะพูด การทำการตลาดในอยู่ Mass Marketing เริ่มเปลี่ยนไปทฤษฎีในอดีต กลายเป็นประวัติศาสตร์ให้เหล่านักการตลาดได้ศึกษา มากกว่าที่จะเอามาปฏิบัติและใช้งานจริง

ปี 2017

ปีนี้ แน่นอนว่าเข้มข้น กว่า ปี 2016 มากนัก ไม่ใช่เพียงแค่ คำว่า Content is King  อีกต่อไป แต่ Content ที่จะเป็น King ได้จริงๆ คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะข้อมูลต่างๆ เริ่มมีมากขึ้น แต่ไม่มีคุณภาพ การที่จะเป็น King of Content ได้ แน่นอนว่า ต้องมีคุณภาพ มากที่สุด ในระดับProfessional  และ ต้องเลือก Platform ที่จะเป็นเหมือนศูนย์บันชาการรบ ในการสื่อสารออกไป และแน่นอนไปกว่านั้นคือ โลก Offline ก้าวเข้าสู้ Online อย่างเต็มตัว สังเกตุดูง่ายๆเลยคือ ช่องโทรทัศน์บางช่อง เริ่มมีการ Live สด On Air พร้อมกับทาง โทรทัศน์ไปซะแล้ว และยิ่งมีคนชมมากเท่าไหร่ ช่องโทรทัศน์ที่ดิ้นรนที่จะอยู่รอดในยุคสมัย 2017 ต่างเริ่มขายสินค้า ขายโฆษณา ผ่านการLive แล้วด้วย

แน่นอนครับว่าการตลาดในทักวันนี้พูดง่ายๆก็คือเหมือนดูหนังสงครามเลยครับแค่เปลี่ยนจากการรบกันด้วยกระสุนปืนมารบกันทางการตลาดและธุรกิจและปีนี้หรือปีต่อๆไปผมว่าน่าจะมันกว่านี้เพิ่มขึ้นแบบเป็นทวีคูณ