THINK BIG 7 แง่คิดสำหรับคนมีความฝัน

0
1338

มีคนเคยบอกกับผมว่า ยิ่งเราโตขึ้นความฝันเรายิ่งเปลี่ยน เปลี่ยนไปตามประสบการณ์ ช่วงอายุ หรือสถานะการณ์ต่างๆที่เราล้วนแต่ได้พบได้เจอ ในวัยเด็กผมเชื่อเลยว่า เด็กผู้ชายหลายคนอยากมีความฝันเป็น ทหารบ้าง ตำรวจบ้าง แต่ความฝันของผมอาจจะแตกต่างออกไป เชื่อไหมครับว่าตอนเด็กนั้นผมใฝ่ฝันว่าอยากเป็น กระเป๋ารถเมล์ 555 หลายคนอ่านแล้วคงขำ แต่เท่าที่จำความรู้สึกนั้นได้คือเป็นอาชีพที่เราพบเห็นทุกวัน ตั้งแต่ขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียน และกลับบ้าน ตอนนั้นผมมองว่าเป็นอาชีพที่เท่ห์มากเลยทีเดียว แต่เมื่อเราโตขึ้นความฝันเราก็ค่อยๆเปลี่ยน โดยการเปลี่ยนแปลงของความฝันนั้น อาจจะประกอบไปด้วย ค่านิยมในแต่ละช่วง , การศึกษา , ปรสบการณ์ ,หรือแม้แต่สังคมที่เราอาศัยอยู่ ก็เป็นได้ บล็อกนี้ มันอาจจะไม่ใช่บล็อกที่ให้ความรู้อะไรมากมาย แต่เมื่อเราโตมาถึงจุดๆหนึ่งแล้วความฝันเราก็ต้องชัดเจนและมั่นคง และจงอย่าปล่อยให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน จนวันหนึ่งผมไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วสะดุดตา กับหัวข้อ หัวข้อหนึ่ง THINK BIG 

THINK BIG 7 แง่คิดสำหรับคนมีความฝัน

1.จินตนาการกับความเป็นไปได้

ความฝันล้วนเกิดขึ้นจากจินตนการ แต่เราควรจินตนาการให้อยู่ในขอบเขตของความเป็นไปได้ ข้อแรกนี้ถือว่าเป็นจุดปล่อยตัว จุดสตาร์ทความฝันของเราเลยก็ว่าได้ถ้า ออกตัวไม่ดีเราก็หกล้ม หรืออาจจะไม่ได้วิ่งต่อเลยก็ได้

2. เขียนความฝันของคุณลงไป

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า จงเขียนความฝันที่คุณอยากทำลงไป บางคนอาจจะติดไว้ตรงหัวนอน หรือที่ที่เราเห็นมันง่ายๆ การเขียนความฝันที่คุณฝันไว้ เขียนเพื่อ? เพื่อเตือนและตอกย้ำว่า คุณยังมีความฝันที่คุณจะต้องลงมือทำให้สำเร็จและเป็นจริงให้ได้ เพราะฉะนั้น การเขียนหรือจดความฝัน มันไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ หรือไร้สาระเลย

3.เชื่อมโยงความฝันกับสิ่งที่เป็นตัวตนของคุณเอง และเดิมพันกับมันอย่างจริงจัง

มีศิลปินนักร้อง ท่านหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ผมรักและเคารพมาก นั้นคือ Goh-M (โก๋เอ็ม) วงบุดด้าเบลส

ได้เคยบอกไว้กับผมคำพูดของพี่เอ็มในวันนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมจนถึงวันนี้ พี่เอ็ม บุดด้าเบลสบอกว่า ถ้าเราสามารถทำในสิ่งที่เรารัก ที่เราฝัน และเป็นตัวตนของเรา แล้วนำสิ่งนั้นมาประกอบเป็นอาชีพได้ คุณจะพบว่าคุณจะมีความสุขในทุกๆวันและทุกๆครั้งที่ได้ทำงาน และพี่เอ็ม บุดด้าเบลสยังเล่าให้ผมฟังอีกว่า การที่วงบุดด้าเบลสจะก้าวเข้ามาเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงได้ทุกวันนี้ มันเหนื่อยและยากมากเหลือเกิน ทุกคนทำมันอย่างจริงจังและเดิมพันกับความฝันที่พวกพี่ทั้ง 3 จะได้ออกอัลบั้ม ในยุคนั้นการเป็นศิลปินค่ายใหญ่เป็นไปได้น้อยมาก ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปี ที่แล้วสื่อ Social Network ยังแทบจะไม่เป็นที่รู้จักในบ้านเราเลย พี่อุ๋ย บุดด้าเบลส ยอมเดิมพันความฝันของเขาเองด้วยการลาออกจากงานประจำ เพื่อมาทำความฝันให้เป็นจริง ในสายตาผู้ใหญ่ส่วนมากก็ไม่เห็นด้วยกับการที่พวกพี่ๆ

ทั้ง 3 คนเดิมพันความฝันแบบนั้นแต่พวกเขาคิดและเชื่อมั่นเสมอว่า มันต้องเกิดขึ้นจริงไม่ใช่แค่ความฝัน การพูดคุยของผมกับพี่ เอ็มบุดด้าเบลสในครั้งนั้น เหมือนเป็นคำคอยเตือนใจและให้แง่คิดกับผมได้เป็นอย่างดีมากเลยทีเดียว

4.พยามทำความฝันให้เป็นความจริง

อย่างที่เคยบอกไป ถ้ามีความฝันแต่ไม่พยามทำให้เป็นจริง ความฝันนั้นก็คงไม่มีวันที่จะเกิดขึ้น ความฝัน + ลงมือทำ = ความเป็นจริง จงลงมือทำฝันของคุณให้เป็นจริงกันนะครับ

5.ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่สามารถเป็นความจริงได้

แน่นอนว่าคนแต่ละคน ย่อมมีความฝัน มากกว่าหนึ่งฝัน แต่การที่จะทำความฝันให้เป็นความจริง ควรจะโฟกัสและจัดลำดับความฝันที่จะเป็นไปได้ และคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงได้ อย่างฟุ้งซ่าน คำนี้ผมใช้เตือนตัวเองอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าเป็นคำที่ง่ายมาก แต่การที่จะทำนั้นยากมากมายซะเหลือเกิน จงเลือกในสิ่งที่ใช่ที่สุด และคิดว่าสามารถเป็นจริงได้ที่สุด

6.วาง Timeline ให้กับความฝัน

การวาง Timeline ให้กับความฝันที่เราได้จดไว้ เหมือนการกำหนดเป้าหมายให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์นักธุรกิจบางคน ถึงกับขนาด วาง Timeline ความฝันที่เขาฝันไว้อย่างชัดเจน อาทิเช่น ความฝันนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ งบประมาณที่สนับสนุนความฝันนี้เท่าไหร่ และสิ่งที่เราควรที่จะต้องรู้เพิ่มเติมและแผนที่จะรับมือเมื่อเกิดข้อผิดพลาด เพราะฉะนั้นการวางTimeline ไม่ใช่แค่การบอกว่าเราฝันอะไร แต่เป็นการบีบให้ตัวเราเองลงมือที่จะทำมันอย่างจริงจัง

7.สังเกตุพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ของคุณแบบรายวัน

แน่นอนว่าถ้าเรามีความฝันที่ชัดเจน โฟกัสกับมันอย่างจริงจัง และวางTimeline ความฝันของเราไว้แล้ว ในระหว่างที่เรากำลังเดินตามฝันของคุณ คุณเองก็สามารถศึกษาพฤติกรรม ของกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วย อาทิเช่น ฝันว่าอยากมีร้านกาแฟเล็กๆเป็นของตัวเอง เราก็ต้องเข้าไปศึกษาพฤติกรรมของคนที่จะมาเป็นลูกค้าเราในอนาคต โดยการเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมนั้นแบบรายวัน หาความต้องการจริงๆของคนที่เข้ามาซื้อกาแฟแก้วนั้นจริงๆ ว่าเขาสั่งกาแฟแบบไหน บางร้านกาแฟ อาจจะแทบขายกาแฟไม่ได้เลย พอเราเจาะลึกเข้าไปพบว่าพฤติกรรม ของลูกค้าที่เข้ามาในร้านกาแฟ A นั้น ส่วนมากสั่งชาเขียว ข้อมูลเล็กๆน้อยๆเบื้อต้นพวกนี้แหละครับ ที่จะมาเป็นส่วนช่วยในการสร้างรากฐานความฝันของคุณนั้นในมั่นคงและแข็งแรง

สุดท้ายอยากจะฝากไว้ว่า อย่าไปฟังเสียงเล็กๆ ที่มาล้อเลียนคุณและมาบอกให้คุณอยู่ในโลกของความเป็นจริง คุณจงหนักแน่นและไม่ต้องไปสนใจมัน (ท่องไว้ในใจ ช่างแมร่ง) คุณทำได้เพียงมองความเป็นจริงและตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ ให้มันใหญ่อย่างที่คุณต้องการ