ทำความเข้าใจก่อนขายกับ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์(Product Life Cycle)

0
17870
Product Life Cycle - By Social play yard.com

สืบเนื่องจาก บล็อกก่อนๆที่ผมเคยเขียนไว้เรื่อง มองข้ามเรื่องยอดขาย แล้วหันมาโฟกัสที่ตัวเอง Blog วันนี้ผมเลยจะมาแชร์และมาขยายใจความ ให้ลึกลงอีกนิดเรื่องโปรดัก และทำความเข้าใจกับวงจรขีวิตของโปรดักก่อนท่านจะเริ่มขาย เพื่อไม่ให้หลายท่านนอย หรือเซงว่าทำไมขายของแล้วขายไม่ได้ว๊าาาา ผมเลยจะมาเล่าและแชร์บทความนี้เล็กๆน้อยๆครับ นั้นคือเรื่อง ทำความเข้าใจก่อนขายกับ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์(Product Life Cycle)

วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์(Product Life Cycle)

คือ เป็นช่วงที่แบ่งออกให้เห็นได้ถึงการเจริญเติบโตของสินค้าและ ผลิตภัณฑ์ ของ Product Life Cycle ออกเป็น 4  ช่วง ต่างๆ ดังนี้

  • ช่วงแนะนำสินค้า (Introduction Stage)
  • ช่วงเจริญเติบโต (Growth Stage)
  • ช่วงอิ่มตัว (Maturity Stage)
  • ช่วงขาลง หรือช่วงที่ยอดขายลดลง (Decline Stage)

1. ช่วงแนะนำสินค้า(Introduction Stage)

– Life Cycle –

เป็นช่วงแรกในการผลิตสินค้าเผื่อออกจำหน่าย เรียกง่ายๆว่าเป็นสินค้าหน้าใหม่ “ยอดขาย” ก็มักจะน้อยและต่ำเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ายอดขายสูงอันนี้แหละครับผิดธรรมชาติ ทั้งนี้เพราะ เนื่องจากยังไม่มีใครรู้จัก และมั่นในใจสินค้าของคุณ เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่จะขายของได้น้อย หรือขายของไม่ได้เลย อย่างที่บอกครับเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคุณไม่รู้จักสินค้า เป็นสินค้าที่ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ ท่านเองจะกล้าซื้อไม๊หละครับ อันนี้เป็นคำถาม ที่ตุณเองก็สามารถตอบเองได้ครับ

– วิธีการ – 

ทำการโปรโมทผลิตภัณฑ์ ประชาสัมพันธ์ให้คนได้รู้จัก สินค้าของคุณอย่างน้อยที่สุด คือบอกว่ามีสินค้าของคุณอยู่เกิดขึ้นแล้วนะ ทำให้คนอื่นได้รู้ว่า มีสินค้านี้อยู่ในตลาด วิธีการง่ายๆเบสิกสุดๆนั้นคือ การทำโฆษณา ,การจัดโปรโมชั่น ,การแจกสินค้าทดลอง หรือแม้แต่การรีวิวให้เห็นถึงความหน้าใช้ หน้าซื้อ

2.ช่วงเจริญเติบโต (Growth Stage)

– Life Cycle – ช่วงนี้เป็นช่วงที่เริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากเริ่มเป็นที่รู้จัก บางสินค้าขายดี เพราะสินค้า เริ่มเป็นที่ติดตลาด และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค แต่ก่อนที่จะเกิดช่วงGrowth Stage ได้ ก็จะต้องผ่านช่วง Introduction Stage ก่อน แต่จะผ่านไปได้เร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับ งบประมาณและช่องทางการโปรโมท ต่างๆ เรียกง่ายๆว่า ยิ่งมีงบโปรโมทมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งรู้จักสินค้าของคุณได้เร็วมากเท่านั้น

– วิธีการ – 

หลังจากเริ่มขายแล้ว สิ่งสำคัญ ที่สุดในช่วงนี้คือการบริการ เรียกได้ว่าการบริการจะต้องดีพอๆกับยอดขายเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังรวมถึงการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้า สอบถามความคิดเห็นต่างๆทั้งก่อนซื้อ และหลังซื้อสินค้า หรือแม้แต่หลังใช้สินค้า อาจจะสอบถามพูดคุยง่ายๆผ่าน ช่องทางของ Social Media ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Chat inbox ใน Facebook หรือ แม้แต่จะเป็น Line@ หรือแม้กระทั้งช่องทางๆอื่นๆอีกมากมาย ไม่เพียงเป็นแค่การพูดคุยเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าแล้ว ยังเป็นการเช็คถึงข้อบกพร่องของสินค้า ที่อาจจะมีผลกระทบต่อแบรนด์ เองในภายภาคหน้าอีกด้วย ถ้าคุณมีบริการที่ดีในทุกๆขั้นตอน ผมมั่นใจเลยครับว่า คุณจะได้ 4 ผลลัพธ์นี้แน่นอน นั้นคือ

  1. เกิดความประทับใจ ที่ลูกค้ามีต่อสินค้า และแบรนด์
  2. เกิดการบอกต่อ ไม่ว่าจะเป็นการบอกต่อแบบ ปากต่อปาก แนะนำผ่านสื่อ Social
  3. เกิดการซื้อซ้ำ
  4. เกิด FC ของ แบรนด์ เรียกง่ายๆว่าลูกค้าประจำนั้นเอง

3.ช่วงอิ่มตัว (Maturity Stage)

– Life Cycle –

จุดอิ่มตัว เป็นจุดที่ยอดขายอยู่ในระดับสูงที่สุด เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ชนเพดาน แต่ที่ตรงกันข้ามคือ อัตราการเพิ่มยอดขายจะต่ำลง หรือคงที่ ไม่อาจจะมียอดสูงไปกว่านี้แล้ว

– วิธีการ – 

เริ่มคิดและวางแผน มองหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้ยอดขาย มีการลดน้อยลงมากที่สุด หรือรักษาระดับของยอดขายให้คงที่ให้ได้นานที่สุด แล้วเริ่มมองหาความต้องการ ของลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติม อาจเพิ่ม Product ใหม่ๆเพื่อออกมาตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้าเพิ่ม หรือง่ายที่สุดคือ จัดโปรโมชั่น นอกฤดูการที่สินค้าอื่นๆเขาไม่จัดกัน

4.ช่วงขาลง หรือช่วงที่ยอดขายลดลง (Decline Stage)

– Life Cycle –

ช่วงนี้เรียกแบบภาษาบ้านๆก็คือ ช่วงขาลงก็ว่าได้ครับ อย่างที่บอกถ้ารักษาระดับ ให้คงที่ในจุดอิ่มตัวไว้ไม่ได้ หรือหากลยุทธ์ใหม่ๆมาแก้ไงในช่วงจุดอิ่มตัวนั้นไม่ได้ ช่วงขาลงหรือช่วงที่ตกต่ำที่สุดก็อาจจะเกิดขึ้นกับคุณได้ คำถามคือแล้วถ้ามันเกิดขึ้นแล้วหละคุณจะมีวิธีการรับมือและแก้ปัญหากับมันอย่างไร

– วิธีการ – 

วิธีการที่ผมจะแนะนำนี้ บางท่านอาจจะใช้ได้จริง แต่ท่านไหนที่มีประสบการณ์มาเยอะอันนี้ผมขอคาราวะเลยครับ แต่สิ่งที่ผมจะแชร์นี้เรียกง่ายๆว่าเป็นหลักคิดพื้นฐาน สุดเบสิกเลยก็ว่าได้ นั้นคือ คุณควรจัดโปรโมชั่นในกระแทกตากระแทกใจ ต้องคำนี้เลยครับ ลด แลก แจก แถม หรือการขายสินค้าเป็นคู่ๆ เช่น ซื้อสินค้า A  แถมคู่กับ สินค้า B เป็นการระบายสินค้าที่มีอยู่ และบางสินค้าอาจจะเป็นสร้างกระแส กู้ปัญหาที่กำลังตกต่ำอยู่ในดีขึ้นก็เป็นได้นะครับ