หลัก 4C ในการสร้าง Branding ให้แข็งแรง

หลังจากที่ผมห่างหายจากการเขียนบทความไปค่อนข้างนาน เนื่องจากหลายๆปัญใจไม่เอื้ออำนวย และสิ่งที่ผมอยากจะเล่าอยากจะแชร์ ก็รอวันที่ผลลัพธ์มันออกมา วันนี้ถือว่าประเดิมการกลับมาเขียนบทความจากสิ่งที่ผมได้เจอ ได้เรียนรู้ และได้ลงมือทำ มาแชร์ให้ทุกท่านได้อ่านกัน เหมือนเดิมครับบทความของผม อาจจะไม่ใช่เป็นคำตอบหรือวิธีการที่ดีที่สุด หรือประสบผลสำเร็จมากที่สุด ท่านผู้อ่านทุกท่าน ต้องใช้วิจารณญาณ เผื่อสิ่งที่ผมเขียนไปอาจจะช่วยพัฒนาคุณภาพงานของท่านสักเพียงเศษเสี้ยวก็ยังดีครับ

ลงโฆษณาใน Facebookให้ปัง ด้วยการเลือกObjective ให้ถูก(Facebook Objective Ads)

Facebook Objective Ads
การลงโฆษณากับ Facebook ให้ได้ผลลัพธ์ที่สูงสุด หรือไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้บรรลุผล นอกจากงบประมาณที่เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนตัวโฆษณานั้นๆแล้ว การเข้าใน Objective ของการลงโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การเลือกใช้ Facebook Objective Ads ต้องเข้าใจว่าเราต้องการสื่อสารอะไร และส่งไปหาใครด้วยรูปแบบไหน วันนี้ Social Play Yard จะมาแนะนำและ มาทำความรู้จัก Facebook Objective Ads ให้ดีมากขึ้น หลายท่านมักเข้าใจว่า การทำโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คนั้นก็ต้องกด Boost Post ง่ายๆแค่นั้นแล้วจะจ้างลงโฆษณากับเอเจนซี่ไปทำไม คำตอบคือ คุณคิดผิดนะครับ การลงโฆษณามันลงลึกกว่านั้นมาก ไม่ใช่แค่กดปุ่ม Boost Post แล้วก็จบ ไม่อย่างนั้น เงินที่ท่านเสียไปกับการลงโฆษณาคงไม่ต่างอะไรกับ การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ทำความเข้าใจก่อนขายกับ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์(Product Life Cycle)

Product Life Cycle - By Social play yard.com
สืบเนื่องจาก บล็อกก่อนๆที่ผมเคยเขียนไว้เรื่อง มองข้ามเรื่องยอดขาย แล้วหันมาโฟกัสที่ตัวเอง Blog วันนี้ผมเลยจะมาแชร์และมาขยายใจความ ให้ลึกลงอีกนิดเรื่องโปรดัก และทำความเข้าใจกับวงจรขีวิตของโปรดักก่อนท่านจะเริ่มขาย เพื่อไม่ให้หลายท่านนอย หรือเซงว่าทำไมขายของแล้วขายไม่ได้ว๊าาาา ผมเลยจะมาเล่าและแชร์บทความนี้เล็กๆน้อยๆครับ นั้นคือเรื่อง ทำความเข้าใจก่อนขายกับ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์(Product Life Cycle) วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์(Product Life Cycle) คือ เป็นช่วงที่แบ่งออกให้เห็นได้ถึงการเจริญเติบโตของสินค้าและ ผลิตภัณฑ์ ของ Product Life Cycle ออกเป็น 4  ช่วง ต่างๆ ดังนี้ ช่วงแนะนำสินค้า (Introduction Stage) ช่วงเจริญเติบโต (Growth Stage) ช่วงอิ่มตัว (Maturity Stage) ช่วงขาลง หรือช่วงที่ยอดขายลดลง (Decline Stage) 1. ช่วงแนะนำสินค้า(Introduction Stage) - Life Cycle - เป็นช่วงแรกในการผลิตสินค้าเผื่อออกจำหน่าย เรียกง่ายๆว่าเป็นสินค้าหน้าใหม่ "ยอดขาย" ก็มักจะน้อยและต่ำเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ายอดขายสูงอันนี้แหละครับผิดธรรมชาติ ทั้งนี้เพราะ เนื่องจากยังไม่มีใครรู้จัก และมั่นในใจสินค้าของคุณ เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่จะขายของได้น้อย หรือขายของไม่ได้เลย อย่างที่บอกครับเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคุณไม่รู้จักสินค้า เป็นสินค้าที่ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ ท่านเองจะกล้าซื้อไม๊หละครับ อันนี้เป็นคำถาม ที่ตุณเองก็สามารถตอบเองได้ครับ -...

มองข้ามเรื่องยอดขาย แล้วหันมาโฟกัสที่ตัวเอง

ถ้าแบรนด์ หรือสินค้าของคุณ เป็นน้องใหม่เพิ่งเกิดขึ้น ท่ามกลางคู่แข่งนับร้อย คุณจะยังโฟกัสที่ยอดขาย เป็นสิ่งแรกอยู่หรือไม่? ยอดขายที่ดี กำไรที่งาม นี่คือประเด็นหลักและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจหลายๆธุรกิจ เพราะธุรกิจจะเติบโตขึ้นได้ จะก้าวต่อไปได้ก็ต้องใช้เม็ดเงิน หรือกำไรที่ได้มาจากผลประกอบการ แต่ผมขอตั้งคำถาม 1 คำถามเท่านั้น แค่ 1 คำถามนี้ให้ทุกท่านลองกลับไปคิดดูว่าเห็นด้วยกับผมหรือไม่ "ถ้าคุณเป็นแบรนด์ใหม่ ที่ออกสินค้ามาใหม่ ที่มีคู่แข่งในตลาดเพียบ" คำถามคือ คุณจะโฟกัสอะไรเป็นอย่างแรก ระหว่างกำไรที่จะต้องได้ทันที หรือ ความน่าเชื่อถือที่ทำให้ใครหลายคนรู้จัก แน่นอนครับลึกๆตัวผมเองก็อยากตอบว่า ต้องโฟกัสที่กำไรสิ ไม่งั้นจะทำธุรกิจ ทำการตลาดมาเพื่อ? แต่พอกลับมามองดูความเป็นจริง อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแหละครับว่า "ถ้าคุณเป็นแบรนด์ใหม่ ที่ออกสินค้ามาใหม่ ที่มีคู่แข่งในตลาดเพียบ" สัดส่วนการตลาดประเภทสินค้าชนิดเดียวกัน มีเพียงน้อยนิด แถมคุณยังเป็นแบรนด์ใหม่ คุณจะกล้าโฟกัสที่กำไรเพียงอย่างเดียวอยู่อีกหรือไม่ คำตอบของผม สำหรับผมนะครับ "ย้ำ" ว่าไม่ครับ ถ้าเป็นผม ผมจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมลูกค้าถึงต้องเลือกแบรนด์เราหละ และลูกค้าเชื่อใจหรือมั่นใจในคุณภาพของสินค้าเรามากขนาดไหน ทำไมต้องยอมจ่ายเงินในราคาที่อาจจะพอๆกัน เพื่อสินค้าของเราหละ ก่อนจะโพสกัสที่ยอดขาย เราควร Setup กลยุทธ์ของเราให้ดีเสียก่อน 1.หากลุ่มเป้าหมาย ศึกษา และเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ถามจากคนรอบข้างเริ่มจากคนใกล้ตัว ด้วยคำถามที่ว่า ถ้าเราออกสินค้าแบบนี้ เป็นเธอ เธอจะซื้อไหม แล้วเพราะอะไรเธอถึงจะซื้อสินค้าของฉันหละ 2.ทำอย่างไรคนจะเห็นสินค้าหรือแบรนด์ของเราได้มากที่สุด ขั้นตอนที่ง่ายที่สุด ณ เวลานี้...

สร้างแรงจูงใจ ในระยะสั้น (ข้อเสนอในลิฟต์)

สร้างแรงจูงใจ ในระยะสั้น (ข้อเสนอในลิฟต์) การสร้างข้อเสนอในลิฟต์เป็นกลยุทธ์ ที่ว่าด้วยการสร้างแรงจูงใจหรือการพูดจูงใน ในระยะเวลาอันสั้นที่สุดเพียงแค่ช่วงเวลา ลิฟต์ขึ้น - ลง ทฤษฏีนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากที่เราต้องใช้ทักษะในการพูดที่ดีแล้ว เรายังต้องรู้ว่าการพูดของเรา อะไรคือน้ำ อะไรคือเนื้อ ทำไมถึงต้องสร้างข้อเสนอในลิฟต์ มีด้วยกันอยู่ 3 จุดประสงค์หลักๆเลยก็ว่าได้ 1. ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายชัดเจนด้วยตัวของคุณเอง คุณต้องบอกให้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือข้อความ ที่แสดงออกในการพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ ว่าสินค้าหรือธุรกิจของคุณกำลังทำสิ่งใด บริการของคุณให้อะไร 2. ช่วยให้คุณเข้าใจมุมมองของลูกค้า คุณต้องเห็นสิ่งที่คุณนำเสนอจากมุมมองของพวกเขา คุณต้องเข้าใจปัญหา 3.คุณต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น partners หรือหุ้นส่วนต่างๆ เราต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ ผมจะยกตัวอย่างภาพจำลองง่ายๆขององค์ประกอบการสร้างข้อเสนอในลิฟต์ 2 แบบ สำหรับ ธุรกิจที่แตกต่างกัน  1.แบบจำลอง องค์ประกอบข้อเสนอในลิฟต์ สำหรับสินค้าและธุรกิจ   2.แบบจำลอง องค์ประกอบข้อเสนอในลิฟต์ สำหรับสื่อบันเทิง   การสร้างข้อเสนอในลิฟต์นั้นเป็นเพียงทฤษฏี เท่านั้น จะได้ผลไม่ได้ผลขึ้นอยู่กับทักษะการพูด และเสห่น์ของแต่ละคนด้วย ผมมองว่า Blog นี้ เหมาะสำหรับท่านที่ทำอาชีพนักขาย ไม่ว่าจะเป็น AE , SALE หรือ ผู้ที่ต้องการสร้าง Connection กับคู่ค้าธุรกิจต่างๆ ผมหวังว่า บล็อกนี้อาจจะเป็นประโยชน์ให้ท่านบ้าง

คำแนะนำ 5 ข้อที่จะทำให้คุณสร้างยอดขายได้แม้วันหยุดเทศกาล

เป็นที่กังวลของ พ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของออนไลน์กันถ้วนหน้าสำหรับ การรับมือกับยอดสั่งซื้อสินค้าที่อาจจะลดลง ในช่วงวันหยุดเทศกาล วันหยุดประจำปี หรือวันหยุดยาวๆ ที่ร้านค้าออนไลน์ ต่างต้องหาวิธีการที่จะรับมือกับปัญหาเหล่านี้ จากการที่ผมเคยได้พูดคุยกับเจ้าของร้านค้าออนไลน์หลายๆท่าน ก็พบว่าส่วนใหญ่ ต่างก็ประสบปัญหา กับยอดการสั่งสินค้า ที่ลดลงในช่วงวันหยุดยาวๆ วันนี้ ผมจะมาแนะนำวิธีการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ที่คุณเองสามารถเอามาต่อยอดใช้กับร้านค้าของคุณได้ กับคำแนะนำ 5 ข้อที่จะทำให้คุณสร้างยอดขายได้แม้วันหยุดเทศกาล 1.ใช้คำเชิญชวนได้กระแทกตาและเร้าอารมณ์ การใช้คำที่ดีนั้นล้วนมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น Tagline หรือคำที่ใช้ในการโพสต่างๆต้องสะท้อนออกมาให้เร้าอารมณ์ เข้ากับเทศกาลหรือวันหยุดในช่วงนั้น และต้องสื่อถึงสินค้าที่จะขายออกมาให้ได้ มากที่สุด ตัวอย่างเช่น "สงกรานต์นี้ ร้อนแค่ไหนก็เข้ามา ทาครีมกันแดด....กันแดดกันฝ่าออร่ากระจาย" 2. โปรโมชั่นต้องแรงแซงทางโค้ง อย่างที่บอกไปว่าแค่เพียงไม่กี่วันสั้นๆ ที่เป็นวันหยุดนั้น อาจจะทำให้คุณสูญเสียรายได้ กันไปมหาศาล เพราะฉะนั้นการทำโปรโมชั่นที่แรงและสามารถกระตุ้นความต้องการของลูกค้าได้ นั้นเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่พวกคุณต้องเริ่มคิดกัน ใช้วิกฤตในช่วงนั้น พลิกกลับมาให้เป็นโอกาสทำเงินของเรากันเถอะครับ กำไรอาจจะน้อยกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ถ้ามันแรงจริงปังจริง กำไรที่นิดหน่อยก็จะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่คุณสามารถสร้างได้ในระยะเวลาสั้นๆนี้เลยนะครับ 3.ของแถมต้องโดนใจและใช้ได้จริง นอกจากโปรโมชั่นที่แรงยิ่งกว่า Fast and Furious แล้วการที่ท่านมีของแถมเล็กๆน้อยให้กลับไปที่ลงรายละเอียดในเรื่องนี้เพราะลูกค้าจะมองว่าเราล้วนนั้นใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ เช่น เราเป็นร้านขายครีมออนไลน์ ขายในช่วงวันหยุดสงกรานต์ เราจัดโปรโมชั่นแรงๆ (จากข้อที่ 2)เน้นครีมกันแดดที่เหมาะกับหน้าเทศกาล นอกจากโปรโมชั่นที่ แรงแล้ว และถ้าท่านมีของแถมเล็กๆน้อยให้ลูกค้าของท่านที่สั่งซื้อในช่วง สงกรานต์ อีกต่างหาก ในตัวอย่างนี้ ผมขอเลือกเป็น Oil ทาบำรุงผิว อาจจะเป็นขวดทดลองสินค้าเล็กๆ...

10 วิธีสร้างความ Wow ให้กับแบรนด์ของคุณ

ต่อเนื่องจากบล็อกที่แล้ว ที่ผมเองได้เขียนถึง ความหมายง่าย ของ Platform และหลักการง่ายๆ ในการสร้าง Platform ของธุรกิจ หรือ แบรนด์ของคุณเอง มาในบล็อกนี้ ผมจะแนะนำ 10 วิธีสร้างความ Wow ง่ายๆเพื่อไปพัฒนา Platform หรือแบรนด์ ของคุณเอง อย่างที่ผมบอกไว้ว่า ปัจจุบันนี้มันไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส หรือความนิยมแค่เพียงชั่วครั้ง ชั่วคราวเท่านั้น หลากหลายแบรนด์ หลากหลายองค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก SME หรือ ธุรกิจขนาดใหญ่ Corporate Brand ก็ล้วนแต่จริงจังในการ สร้างและพัฒนา Platform ของตนเองกันทั้งสิ้น แต่ Platform ที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่เพียงแต่จะต้องเข้าถึงง่ายและดี แต่ยังต้องสร้างความ Wow!! ให้กับลูกค้า หรือผู้ใช้บริการเรียกได้ว่า เกินความคาดหวังที่ลูกค้าของพวกคุณหวังไว้  เราจะมารู้จัก 10 วิธีง่ายๆ ที่จะสร้างความWow!! กันนะครับ Wow!! คำนี้แน่นอนละครับว่า ถ้าเกิดขึ้นกับลูกค้าลูกค้าย่อมรู้สึกดีต่อแบรนด์ของเรา ในขณะเดียวกันเราเองในฐานะคนที่มีส่วนร่วมในแบรนด์ พอเห็นลูกค้า ร้อง Wow , OMG หรือ อะไรก็ตามที่ทำให้ลูกค้าเหล่านั้นประหลาดใจ เราเองก็พลอยปลื้มยิ้มไม่หุบเลยก็ว่าได้ จงจำไว้ว่า...

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับ Platform ในการทำการตลาด

อย่างที่เรารู้กันเป็นอย่างดีว่า การทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จนั้นได้ ก็ต้องมีแผนที่ดี และ กลยุทธ์ที่ดี หนึ่งในโครงสร้างของ กลยุทธ์เหล่านั้น คือ การตลาด และการตลาดที่ดี ก็จะประกอบไปด้วย ส่วนสำคัญต่างๆมากมาย หนึ่งในนั้น ก็คือ Platform ทำไม คำว่า Platform ถึงถูกกล่าวถึงกันเรียกได้ว่า ฮอตฮิตมากในวงการ การตลาดดิจิทัล เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น บล็อกแรกของผม ในวันนี้ ผมจะพาทุกๆคนมารู้จักกับคำว่า Platform กันแบบง่ายๆ และทำไม Platform ถึงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ต้นๆ ที่นักการตลาดทั่วโลก ต้องพยามคิดและสร้างขึ้น และใน Blog นี้ผมเองจะของพูดถึง Platform ที่ใช้สำหรับการตลาด หรือ Marketing Platform PLATFORM ? เจ้า Platform นี้ มีหน้าที่สำคัญหลักๆ อยู่ 3 หน้าที่คือ  Platform  เป็นเหมือนกับเวที ที่ทำให้คนจำนวนมากเห็นเราได้ชัดเจน เรียกง่ายๆว่า สร้างความโดดเด่นท่ามกลาง คู่แข่ง หรือ ประชากรที่อยู่รอบๆได้รับรู้ได้อย่างชัดเจน Platform เป็นเหมือน เครื่องกระจายเสียง...
0แฟนคลับชอบ
210ผู้ติดตามติดตาม
100ผู้ติดตามติดตาม

Latest Posts